บริษัท ไทย-เยอรมัน โปรดักส์ จำกัด (มหาชน)
บนก้าวใหม่ที่มั่นคงในฐานะผู้นำด้านสแตนเลสไทยที่ไม่เป็นรองใคร

 
   
            EXIM E-NEWS ฉบับนี้ ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณรชต ลีลาประชากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย-เยอรมัน
โปรดักส์ จำกัด (มหาชน)
หรือทีจีโปร ลูกค้า EXIM BANK ที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายท่อและผลิตภัณฑ์สแตนเลสรายใหญ่
ของไทย ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 40 ปี สินค้าของบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ
และกำลังเดินหน้าขยายธุรกิจรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยและประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
(ASEAN Economic Community : AEC)
 
           ธุรกิจทีจีโปร
         ทีจีโปรก่อตั้งในปี 2516 โดยคุณพ่อ (คุณประชา ลีลาประชากุล) โดยเราเป็น
บริษัทแรกในประเทศไทยที่ผลิตท่อสแตนเลส ประกอบด้วยท่อสแตนเลสอุตสาหกรรม
ท่อสแตนเลสแลกเปลี่ยนความร้อน ท่อสแตนเลสอุตสาหกรรมน้ำตาล ท่อสแตนเลส
อุตสาหกรรมน้ำแข็ง ท่อสแตนเลสตกแต่ง รวมถึงแผ่นสแตนเลสที่ได้คุณภาพตามมาตรฐาน
สากล ด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจากประเทศเยอรมนี บริษัทผู้ผลิตสินค้ารายเดียว
ในภูมิภาคเอเชียที่ใช้ระบบการผลิตท่อแบบออโตเมติกส์ร่วมกับการเชื่อมท่อแบบเลเซอร์ มีความสามารถในการผลิตสูงสุดได้มากกว่า 50,000 ตันต่อปี และส่งออกไปยังประเทศต่างๆ
ทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย และประเทศรอบบ้านอาเซียน ผมได้
 

เข้ามาช่วยงานบริษัทในปี 2520
 
        ที่ผ่านมาเราขยายธุรกิจตามแผนส่งเสริมการลงทุนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
(Thailand Board of Investment : BOI) ในปี 2537 เราย้ายโรงงานจากที่ตั้งเดิมที่จังหวัด
สมุทรปราการมาอยู่ที่ กม. 39 ถนนบางนา-ตราด อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และได้รับ
สิทธิประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI
         
จนกระทั่งปี 2538 บริษัทได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เพื่อเพิ่มช่องทางระดมทุน
และได้เริ่มต้นก่อสร้างโรงงานที่ระยอง เพื่อขยายกำลังการผลิต จนกระทั่งปี 2539 บริษัทได้รับ
อนุมัติจาก BOI ให้ย้ายโรงงานจากฉะเชิงเทราไประยอง ในการขยายธุรกิจ เราประชุมหารือกัน
 
  และตัดสินใจซื้อเครื่องจักรและเทคโนโลยีจากเยอรมนีทั้งหมด และในปี 2539-2540 บริษัท
ได้รับมาตรฐาน ISO9001 Version 2008 จากสถาบัน RWTUV ซึ่งเป็นบริษัทเยอรมันเป็นที่เป็น
ผู้ออกใบรับรองในกลุ่มผู้ผลิตท่อสแตนเลสในประเทศยุโรปทั้งหมด

         ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ
         บริษัทของเราประสบปัญหาหนี้กับสถาบันการเงินเนื่องจากการลอยตัวค่าบาทในปี 2540ทำให้จากเดิมเราเป็นเจ้าของกิจการ 100% กลายเป็นลูกจ้างรับเงินเดือน ไม่มีหุ้นในบริษัท
ซึ่งผมก็ยินดีทำทุกอย่างเพื่อให้บริษัทอยู่รอด เพื่อให้พนักงาน 300-400 คนในตอนนั้นยังมี
 
  งานทำ มีเงินเดือนใช้ โดยไม่มีสักเดือนที่บริษัทของเราจะจ่ายเงินเดือนพนักงานล่าช้าแม้สักวันเดียว เราสู้ด้วยกันมาตลอด
จนปัญหานี้ยุติลงเมื่อ 2 ปีก่อน ต้องขอบคุณ EXIM BANK ที่ไว้วางใจเรา ทำให้เราได้วงเงินจากธนาคารมาดำเนินธุรกิจต่อ
และลุกขึ้นมาได้อีกครั้งในวันนี้
         สิ่งที่ทำให้เราผ่านพ้นอุปสรรคทั้งหมดมาได้คือ ความตั้งใจที่จะทำธุรกิจนี้ และทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เราเลือกใช้
เครื่องจักรและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของโลกในสมัยนั้น โดยนำเข้าจากเยอรมนี และวันนี้ก็ยังคงทันสมัยที่สุด อุปสรรคทางธุรกิจ
ที่เกิดขึ้นอยู่เหนือความควบคุมของเรา แต่เราสู้ไม่ถอย เราเดินหน้าขยายตลาดมาอย่างต่อเนื่อง เราส่งออกมากขึ้น จาก 10%
เป็น 35% ในปัจจุบัน และคาดว่าจะส่งออก 60-70% ในปีหน้า โดยมุ่งเน้นตลาดอาเซียน

         กุญแจสู่ความสำเร็จในวันนี้
         ผมคิดว่า “ธุรกิจต้องไปได้” และ “คนต้องมีคุณภาพ” สำหรับทีจีโปร ธุรกิจของเราไปได้ดีด้วยเครื่องจักรและ
   
  เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้สินค้าของเรามีคุณภาพ ความสูญเสียในการผลิตลดลง และพนักงานมีความมั่นใจในการ
ทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ เราพัฒนาคนตลอดเวลา เรามีพนักงานทั้งที่กรุงเทพฯ และระยอง ซึ่งติดต่อสื่อสารกันตลอด รวมทั้ง
มีห้องคอนโทรลที่กรุงเทพฯ ควบคุมดูแลการทำงานของโรงงานที่ระยอง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเชื่อมั่นได้ว่า สินค้า
และคนของเรามีคุณภาพและตรวจสอบได้
         สำหรับตัวผมเอง ผมสนใจในธุรกิจของครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก ผมช่วยงานคุณพ่อตั้งแต่อายุ 17-18 ปี ผมเรียนรู้งาน
ทุกอย่าง ตั้งแต่งานหน้าร้านไปจนถึงงานใช้แรงงานในโรงงาน ผมมีความสุขกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในแต่ละขั้นตอนการผลิต
ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสายพานและโซ่มอเตอร์ไซค์ การประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การหล่อเหล็ก รวมทั้งงานขาย
ผมชอบเทคโนโลยี มีความสุขกับการใช้เวลาเป็นวันๆ เดินชมงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่
เยอรมนี เพื่อนำมาปรับใช้ในบริษัทของเรา

         ฝากถึงผู้ประกอบการไทย
         ก่อนจะเริ่มต้นธุรกิจอะไร เราต้องมองให้รอบด้าน ศึกษาให้ชัดเจนถึง “อดีต” “ปัจจุบัน” และ “อนาคต” ว่าเคยมี
ใครทำธุรกิจนี้แล้วหรือยัง ตอนนี้คนอื่นเค้าทำอะไรกันไปถึงไหนแล้ว และในอนาคตสิ่งนี้จะล้าหลังหรือเปล่า โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งปัจจุบัน เทคโนโลยีมาเร็วไปเร็ว สิ่งที่เราลงทุนต้องต่อยอดให้ไปต่อได้อีกไกล ไม่ใช่ล้าหลังจนใช้งานไม่ได้อีกต่อไป
สิ่งที่เราลงทุนไปจะสูญเปล่าทันที