เกี่ยวกับ ธสน.

ทิศทางและแผนงานปี 2560
ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจและการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ธสน. ตระหนักดีถึงความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้นทั้งต่อธนาคาร ผู้ประกอบการไทย และเศรษฐกิจไทย จึงได้ทบทวนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Business Model) และรูปแบบการปฏิบัติการ (Operation Model) โดยเทียบเคียงกับองค์กรในต่างประเทศชั้นนำที่มีภารกิจเช่นเดียวกับ ธสน. หรือที่เรียกว่า Export Credit Agencies (ECAs) มีผลให้ในปี 2560 ธสน. จะเข้าสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบองค์กร (Organization Transformation) ตามแนวทางแผนแม่บทปี 2570 เพื่อให้ ธสน. เป็นเครื่องมือสำคัญของภาครัฐในการช่วยเหลือและส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ “เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจชั้นนำระดับโลกที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของไทย” โดยมีแนวทางขับเคลื่อนภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ หรือ 5 เครื่องยนต์สำคัญดังนี้

เป็นการแสวงหาตลาดใหม่ (New Frontier Markets) ที่ยังมีความต้องการสินค้าและบริการสูง เพื่อเป็นทางเลือกใหม่แก่ผู้ประกอบการไทยในการขยายการค้าและการลงทุนต่อไป หลังจากตลาดหลักเดิม อาทิ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น เริ่มอิ่มตัวและชะลอการเติบโตลง โดย ธสน. จะทำหน้าที่เป็นผู้บุกเบิกและเป็นที่พึ่งให้แก่ผู้ประกอบการไทยในการรุกทำตลาดใหม่ๆ ด้วยการสร้างอุปสงค์ปลายทาง (Market Maker) และให้บริการทั้งด้านการเงินและมิใช่การเงินเพื่อสร้างโอกาสการค้าและการลงทุน โดยในปี 2560 ธสน. จะเปิดสำนักงานตัวแทนในประเทศเมียนมา เพื่อสร้างความต้องการสินค้าและบริการไทย ตลอดจนหาโอกาสในการลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการไทยร่วมกับหน่วยงานไทยในต่างประเทศและองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ธสน. จะศึกษาวิจัยเชิงลึกในประเทศตลาดใหม่ที่เป็นประเทศเป้าหมายร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อให้ผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยสามารถใช้ข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวประกอบการตัดสินใจในการทำธุรกิจ โดย ธสน. จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและให้บริการแก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อผลักดันให้เกิดธุรกิจในประเทศดังกล่าว
ท่ามกลางกระแสการพัฒนาและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ตลอดจนระเบียงเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดความต้องการเม็ดเงินลงทุนมหาศาล อย่างไรก็ตาม แม้หลายโครงการมีนักลงทุนให้ความสนใจ แต่กลับไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากมีข้อจำกัดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ธสน. ตระหนักถึงอุปสรรคดังกล่าว จึงเข้าไปปิดช่องว่างด้วยการทำหน้าที่เป็นผู้หาโอกาสและผลักดันให้เกิดการลงทุนหรือบริการในต่างประเทศ (Deal Maker) ให้แก่ผู้ประกอบการไทย รวมทั้งให้คำปรึกษาและบริการโดยบูรณาการความเชี่ยวชาญจากพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน (Solution Integrator) ซึ่งสนับสนุนทิศทางหลักของรัฐบาลในเรื่องการสนับสนุนการลงทุนในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและประเทศตลาดใหม่เพื่อเพิ่มอุปสงค์ของสินค้าและบริการไทย และเพิ่มการเชื่อมต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคและอนุภูมิภาค โดย ธสน. คาดว่าจะทำให้เกิดโครงการต้นแบบดังกล่าวในปี 2560

บริบทใหม่ของเศรษฐกิจโลกย่อมตามมาด้วยความเสี่ยงรอบด้านทั้งความเสี่ยงด้านการค้าและด้านการลงทุน เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจึงเป็นเกราะคุ้มกันสำคัญของผู้ประกอบการไทยในโลกยุคใหม่ ธสน. จึงขยายขอบเขตการให้บริการประกันการส่งออกและการลงทุน ซึ่งรวมถึงการเป็นผู้รับประกันต่อจากองค์กรรับประกันอื่น โดยร่วมมือกับพันธมิตรและองค์กรรับประกันต่างชาติขยายตลาดประกันการส่งออกและการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการส่งออกและลงทุนในต่างประเทศ และส่งผลให้เกิดการเพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนสอดคล้องกับแนวโน้มการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการไทยในระยะถัดไปที่ไม่จำกัดอยู่เฉพาะในประเทศตลาดหลัก แต่สามารถขยายวงกว้างและสร้างเครือข่ายธุรกิจไปยังประเทศตลาดใหม่ทั่วโลก โดยในปี 2560 ธสน. อยู่ระหว่างการพัฒนาและจะเปิดให้บริการประกันการส่งออกออนไลน์ให้แก่ผู้ส่งออกที่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออก SMEs สามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วมากขึ้น

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีโดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร เมื่อผนวกเข้ากับการพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน (Fintech) ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการค้าที่เปลี่ยนรูปแบบไปสู่การค้าออนไลน์มากขึ้นอย่างชัดเจน ธสน. พร้อมยกระดับการให้บริการเพื่อรองรับธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ของผู้ประกอบการไทย โดยร่วมสร้างและเข้าไปมีส่วนร่วมใน E-Trading Ecosystem ด้วยการสนับสนุนความรู้แก่ผู้ประกอบการไทยและพัฒนาการเชื่อมต่อการให้บริการสินเชื่อและประกันการส่งออกของ ธสน. เข้าสู่ระบบ E-Trading Platform ซึ่งจะสนับสนุนทิศทางหลักของรัฐบาลในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) โดยในปี 2560 ธสน. จะร่วมให้ความรู้และสนับสนุนทางการเงินให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าสู่การค้าขายใน Alibaba.com ตามนโยบายของรัฐบาล นอกจากนี้ ธสน. อยู่ระหว่างพัฒนารูปแบบการให้สินเชื่อและรับประกันการส่งออกให้สามารถเชื่อมต่อกับ E-Trading Platform เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินร่วมกับบริการอื่นๆ ของ Alibaba.com หรือการค้าออนไลน์อื่นๆ ในลักษณะ One-stop Service
SMEs ยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย การส่งเสริมและพัฒนาให้ SMEs มีศักยภาพสูงขึ้นย่อมช่วยให้ฐานรากของเศรษฐกิจไทยมีความแข็งแรงและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ธสน. ให้ความสำคัญในการสนับสนุนทั้งบริการทางการเงินและไม่ใช่การเงินแก่กลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ที่มีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างก้าวกระโดด (New S-Curve) ตลอดจนต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-Curve) ด้วยการสร้างองค์ความรู้พร้อมทั้งระบบข้อมูลการส่งออกเพื่อสนับสนุนความรู้ในการส่งออก และจัดหลักสูตรร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อให้ความรู้กับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ตลอดจนให้การสนับสนุนสินเชื่อและบริการประกันการส่งออก รวมทั้งการร่วมลงทุนทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม เพื่อให้ผู้ประกอบการมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเริ่มต้นหรือขยายกิจการ รวมทั้งเพื่อยกระดับและเสริมเขี้ยวเล็บ SMEs ไทยสู่เวทีการค้าการลงทุนระดับโลก โดยในปี 2560 ธสน. จะพัฒนาหลักสูตรบ่มเพาะ SMEs ที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมและใช้เทคโนโลยีร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของภาคการส่งออกของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล
การปรับเปลี่ยนองค์กรครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้ ธสน. เป็นหนึ่งในกลไกภาครัฐที่ช่วยขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสู่ระบบเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มหรือที่เรียกว่า “Thailand 4.0” ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวพ้นกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ธสน. ยังคงมุ่งมั่นและยืนหยัดเป็นที่พึ่งของผู้ประกอบการไทยในการแสวงหาโอกาสทางการค้าการลงทุนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดใหม่ อันจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองที่ช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงต่อไป โดย ธสน. กำหนดตัวชี้วัดที่สะท้อนการเป็นกลไกที่สำคัญของรัฐในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยดังนี้
 สัดส่วนมูลค่าการสนับสนุนธุรกรรมด้านการค้าและการลงทุนไทยในต่างประเทศของ ธสน. ต่อรายได้มวลรวมประชาชาติ
 สัดส่วนมูลค่าการสนับสนุนธุรกรรมด้านการค้าระหว่างประเทศต่อมูลค่าการส่งออกของประเทศ
 สัดส่วนมูลค่าการสนับสนุนธุรกรรมด้านการลงทุนไทยในต่างประเทศของ ธสน. ต่อมูลค่าการลงทุนไทยในต่างประเทศ


การลงทุนที่สำคัญ
ในช่วงปี 2559-2563 ธสน. มีการลงทุนที่สำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ และเตรียมรองรับการปรับเปลี่ยนบทบาทใหม่ของ ธสน. ในการดำเนินธุรกิจเชิงรุกด้านการส่งเสริมการค้าการลงทุนและการทำธุรกรรมออนไลน์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย โดย ธสน. มีโครงการลงทุนที่สำคัญภายใต้กรอบงบประมาณโครงการรวมจำนวน 290.96 ล้านบาท และมีความคืบหน้าการดำเนินการตามโครงการต่างๆ ตั้งแต่ปี 2559 ต่อเนื่องจนถึงปี 2563 ดังนี้
• โครงการเปิดสำนักงานตัวแทน (Representative Office) ในกลุ่มประเทศเป้าหมาย เพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนกับประเทศคู่ค้าหลักในกลุ่มประเทศ CLMV ซึ่งประกอบด้วยกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม และประเทศคู่ค้าใหม่ (New Frontiers) ผ่านการสร้างสัมพันธ์เชิงลึกกับหน่วยงานในประเทศเป้าหมาย และการวิจัยเก็บข้อมูลอย่างบูรณาการร่วมกับองค์กรท้องถิ่น โดยในปี 2559 ธสน. มีแผนจะเปิดสำนักงานตัวแทนในกลุ่มประเทศ CLMV โดยเริ่มจากประเทศเมียนมาที่มีศักยภาพในการลงทุนสูง เนื่องจากผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ขยายตัวในอัตราสูงรวมทั้งมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องในอีก 5 ปีข้างหน้า และในปี 2560 ธสน. มีแผนการดำเนินงานต่อเนื่องสำหรับโครงการเปิดสำนักงานตัวแทนในประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศ CLMV
• โครงการพัฒนาระบบคลังข้อมูล (Data Warehouse: DWH)ธสน. ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถตอบสนองสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการแข่งขัน และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจ การเงิน และกฎระเบียบต่างๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงระบบฐานข้อมูลสารสนเทศเพื่อสนับสนุนกระบวนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหาร ธสน. ให้ทันต่อเหตุการณ์ และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ธสน. จึงมีแผนพัฒนาระบบคลังข้อมูลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 โดยได้ศึกษาเพื่อคัดเลือก Data Model ที่เหมาะสม และกำหนดแผนพัฒนาเป็น 3 ระยะสำหรับปี 2560-2562 เพื่อให้สามารถนำข้อมูลมาใช้ประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทันต่อเหตุการณ์ และเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจของธนาคารในระยะยาว
• โครงการพัฒนาระบบธุรกิจหลักของธนาคาร (Core Banking System) ธสน. อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบงานหลักในการให้บริการสินเชื่อ (ระบบ Trade Finance ระบบ Loan และระบบ Deposit: TLD) เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการปฏิบัติงานและสอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานของ ธสน. ปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับปรุงให้พร้อมรองรับการดำเนินธุรกิจของ ธสน. ในบทบาทใหม่