สุวรรณ ยานวดภูมิปัญญาพื้นบ้านไทย ต่อยอดสู่สเปรย์แก้ปวดสมุนไพรส่งออก

วันที่ประกาศ 18 กรกฎาคม 2567


             ปัจจุบันพืชสมุนไพรไทยเป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้นในระดับโลก เป็นการแพทย์ทางเลือกสำหรับการดูแลสุขภาพและรักษาโรค จึงได้มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ผู้บริโภคใช้ได้อย่างสะดวก ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นจากผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น สเปรย์สมุนไพรบรรเทาปวดและลดการอักเสบ แบรนด์ “สุวรรณ” คุณปฏิภาณ หอมไกรลาศ Product Manager บริษัท เบญสุ จำกัด ได้นำเอาภูมิปัญญาของครอบครัวมาต่อยอดสร้างผลิตภัณฑ์จนได้รับรางวัลชนะเลิศ สาขานักธุรกิจนวัตกรรม จากโครงการประกวดนวัตกรรมระดับประเทศ และสามารถส่งออกสินค้าไปจำหน่ายต่างประเทศได้

จากยานวดสูตรโบราณสู่สินค้านวัตกรรม
             คุณปฏิภาณเปิดเผยที่มาของธุรกิจว่า เป็นการร่วมมือกันของพันธมิตรธุรกิจที่สอดคล้องกับแนวคิดของคุณณฐมน ปิยะพงษ์ CEO บริษัท เบญสุ จำกัด เจ้าของกิจการนวดและสปา Natamon Massage & Spa ย่านบางแสน จังหวัดชลบุรี ในขณะที่ตนเองเป็นผู้ผลิตและเจ้าของสูตรยาและน้ำมันทาแก้ปวดเมื่อย ตำหรับยาของคุณทวดที่เป็นหมอยาพื้นบ้าน โดยในช่วงแรก ๆ ได้ผลิตและจำหน่ายให้กับร้านนวดแผนโบราณ โดยไม่รู้ว่าน้ำมันนวดผลิตจากผลมะกรูดธรรมชาตินี้มีสรรพคุณอย่างไรแต่ร้านนวดและสปาทุกแห่งที่นำไปใช้พูดตรงกันว่าใช้แก้ปวดเมื่อยได้ดี

             “ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 กิจการร้านนวดและสปาได้รับผลกระทบเต็ม ๆ ต้องปิดกิจการได้รับความลำบากมาก ผมกับคุณณฐมนจึงหารือกันว่าต้องหาธุรกิจใหม่เพื่อความอยู่รอด จึงมาลงตัวที่จะพัฒนาน้ำมันทาแก้ปวดเมื่อยที่ลูกค้าบอกว่าดีออกมาขาย แม้ร้านสปาจะปิด แต่ลูกค้าสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ไปใช้ได้ที่บ้าน จึงเป็นที่มาของสเปรย์สมุนไพรบรรเทาปวดและลดการอักเสบ ภายใต้แบรนด์สุวรรณ” คุณปฏิภาณ กล่าว

             ก่อนจะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์ทันสมัยและสวยงาม คุณปฏิภาณได้ส่งผลิตภัณฑ์ดั้งเดิมไปปรึกษากับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จึงได้รับคำตอบว่า วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตคือมะกรูดนั้น มีสารเบต้าไพนีน (Beta Pinene) สารนี้มีคุณสมบัติบรรเทาปวด เมื่อย ล้า ไม่แพ้สารสกัดที่นำเข้าจากต่างประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา ช่วยต่อยอดนำสูตรของคุณทวดซึ่งเป็นสูตรโบราณไปพัฒนาให้เหมาะสมกับคนรุ่นใหม่ ผู้บริโภคยุคนี้ส่วนผสมทุกอย่างต้องได้รับการรับรองตามเกณฑ์คุณภาพ มีผลงานวิจัยรองรับว่าใช้สินค้าแล้วปลอดภัย

             “ปัญหาที่ผู้บริโภคไม่สะดวกในการใช้สมุรไพรไทย คือ ใช้ไม่สะดวก กลิ่นแรง และตัวน้ำมันที่ใช้ทาเหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วไม่สบายตัว ต้องแก้ไขโดยการทำให้กลิ่นหอมเป็นธรรมชาติ มี Packaging ที่สวยงาม พกง่ายใช้สะดวก สินค้าจึงมีหลายรูปแบบทั้งแบบสเปรย์ และแบบลูกกลิ้ง เช่น ถ้าอยู่บ้านใช้แบบสเปรย์ ถ้าเดินทางก็ใช้แบบลูกกลิ้ง ถ้าเป็นบอดี้บาล์มก็จะทำให้ไม่เหนียวเหนอะหนะ และได้มีการผลิตน้ำมันหอมระเหยจำหน่ายด้วย” คุณปฏิภาณกล่าว

สเปรย์สมุนไพรแก้ปวดที่ผลิตจากมะกรูดรายแรกของไทย
             จากการทำวิจัยพบว่า ผลิตภัณฑ์สเปรย์บรรเทาปวดของบริษัทเบญสุเป็นผู้ผลิตรายแรกและรายเดียวในไทยที่ใช้สารสกัด “เบต้าไพนีน” จากมะกรูด คุณปฏิภาณและคุณคุณณฐมนจึงได้ยื่นขอจดอนุสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ในปี 2564 นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Thai-BISPA Awards 2023 กรมการแพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข และรางวัลชนะเลิศ สาขานักธุรกิจนวัตกรรม จากโครงการประกวดนวัตกรรม ระดับประเทศ 2566 (RSP Innovation Awards 2023)

             คุณปฏิภาณกล่าวว่า ในช่วงแรก ผลิตภัณฑ์สเปรย์บรรเทาปวดคลายกล้ามเนื้อได้นำไปวางจำหน่ายในร้านสปาและร้านขายอุปกรณ์กีฬา ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าโดยตรง ต่อมาก็ขยายออกไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ร้านขายยา และเริ่มลงขายในแพลตฟอร์ม E-Commerce ชั้นนำ ในช่วงแรกยอดขายประมาณ 5,000 ชิ้น/ปี ปัจจุบันยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ชิ้น/ปี และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สัดส่วนขายออนไลน์ 40% และขายออฟไลน์ 60%

             “สินค้าของเราเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวต่างชาติ ได้เริ่มส่งออกสินค้าล็อตแรกไปที่ประเทศมาเลเซีย ต่อมาส่งออกไป สปป.ลาว เวียดนาม และเตรียมขยายตลาดไปยังสิงคโปร์และโซนตะวันออกกลาง ในอนาคตจะแตกไลน์สินค้าออกไปในกลุ่มสุขภาพที่เน้นการลดอักเสบ เช่น แผ่นแปะ น้ำยาบ้วนปาก ลูกอม ปัจจุบันสินค้าทั้งหมดผลิตแล้วส่งออกประมาณ 16% ที่เหลือจำหน่ายในประเทศ” คุณปฏิภาณกล่าว

การสนับสนุนของ EXIM BANK
             คุณปฏิภาณเปิดเผยว่า ได้รู้จักกับ EXIM BANK ในช่วงที่เริ่มส่งออกไปมาเลเซีย ลูกค้าติดต่อซื้อสินค้า 12,000 ชิ้น จ่ายเงินมัดจำค่าสินค้าก่อน 50% แต่ก็ยังกังวลเพราะเป็นการส่งออกครั้งแรกและไม่รู้จักลูกค้า จึงติดต่อมาที่ EXIM BANK ขอใช้บริการประกันการส่งออก การส่งออกครั้งแรกก็ผ่านไปด้วยดี บริการประกันการส่งออกช่วยให้บริษัทมั่นใจที่จะส่งออกมากขึ้น ผู้ส่งออกมือใหม่ที่ยังไม่เคยส่งออกจะกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะรับออร์เดอร์ เพราะไม่รู้จักลูกค้า กลัวจะโดนเบี้ยวค่าสินค้า ถ้าซื้อประกัน ความกังวลตรงนี้ก็หมดไป สามารถเปิดตลาดได้ง่ายขึ้น

             หลังจากที่ใช้บริการประกันการส่งออกแล้ว ทาง EXIM BANK ก็ชักชวนให้เข้ามาบ่มเพาะความรู้เกี่ยวกับการส่งออกที่ SMEs Export Studio ที่มีโปรแกรมอบรมและสัมมนาความรู้เรื่องธุรกิจและการส่งออกตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังมีการช่วยเหลือออกแบบบรรจุภัณฑ์สีเขียวให้ เพราะการส่งออกปัจจุบันเริ่มจริงจังกับปัญหาสิ่งแวดล้อม

             “สิ่งที่ต้องการสนับสนุนจาก EXIM BANK เพิ่มเติม คือ การหาคู่ค้าผ่านโครงการ Business Matching ขยายตลาดส่งออกและต้องการเงินทุนในอนาคตเพื่อปรับปรุงสำนักงาน รวมทั้งการจัดทำคาร์บอนเครดิตให้ชัดเจน เพื่อทำให้ตัวเรารักษ์โลกตามมาตรฐานการค้าของโลกยุคใหม่” คุณปฏิภาณกล่าว

คำแนะนำถึงคนตัวเล็ก
             คุณปฏิภาณแนะนำผู้ที่เริ่มต้นทำธุรกิจว่า ช่วงแรกอาจจะยากและทำให้ท้อใจ ต้องอดทนและหาความรู้เพิ่มเติมให้มีความเข้าใจในธุรกิจของเราอย่างถ่องแท้ว่า เราผลิตสินค้ามาขายใคร ตลาดหลักของเราอยู่ที่ไหน และจะต้องมีการหาผู้ช่วย เช่น หน่วยงานรัฐที่ส่งเสริมผู้ประกอบการ ทุกแห่งยินดีให้คำแนะนำและไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ การที่มีหน่วยงานมาช่วยเหลือจะช่วยขับเคลื่อนให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น ทั้งเรื่องแนวคิด การดำเนินธุรกิจและการวางกลยุทธ์การตลาด เพื่อให้แข่งขันได้อย่างยั่งยืน